January 15, 2021

Warptown

เว็บข่าวบอลออนไลน์อันดับ 1

อาร์เตต้า กางสถิติปืนยิงฝืดมานาน ไม่ใช่แค่โอบาคนเดียว

มิเกล อาร์เตต้า กุนซ์อของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ออกมาอธิบายว่า การจบสกอร์ของทีมนั้นมีปัญหามาอย่างยาวนานแล้ว ไม่ใช่พึ่งเป็นในซีซํ่นนี้ พร้อมกับยกสถิติย้อนหลังว่า การครอสบอลจะช่วยสร้างโอกาสการทำประตูได้ยังไง

 

อาร์เซน่อล สถานการณ์ไม่สู้ดี โดยในตอนนี้ พวกเขาเล่นไปในพรีเมียร์ลีก 10 นัด กลับทำประตูได้เพียง 10 ลูกเท่านั้น นั่นทำให้พวกเขามีเพียง 13 แต้ม อยู่ในโซนครึ่งล่างของตารางคะแนน

 

ส่วนในเวทียุโรปอย่าง ยูโรป้า ลีก พวกเขายังทำผลงานอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ยิงได้ 12 ลูก และต้องการเพียง 1 แต้ม เพื่อการันตีผ่านเข้ารอบน็อคเอาต์ต่อไป

 

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมอย็อง เองฟอร์มตกนับตั้งแต่ต่อสัญญาใหม่ โดยยิงได้แค่ 4 ลูกจากการเล่น 12 นัดในทุกรายการ ซึ่ง อาร์เตต้า ไม่อยากโทษเพียงแค่นักเตะคนเดียวและชี้ว่าปัญหานี้มีมานานแล้ว

 

“มีหลายปัจจัยนะ มันต่างกันถ้าคุณเปรียบเทียบพรีเมียร์ลีกกับยูโรป้าลีก” กุนซ์อชาวสเปนกล่าว

 

“ถ้าคุณย้อนเช็คช่วงหลายปีหลัง ดูว่าทีมกระจายคนยิงประตูในพรีเมียร์กันยังไง คนยิงค่อนข้างมีจำกัด มันไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ นั่นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว”

 

“ก็ต้องแก้เรื่องนั้น เอาความรับผิดชอบ 80 เปอร์เซนต์ไปให้กับคน ๆ เดียวมันไม่ยุติธรรม เราต้องแก้ไขกันเป็นทีม”

 

“ในฐานะทีมแล้วเราพบกับหลาย ๆ สถานการณ์และบางครั้งการจ่ายบอลไม่ถูกต้อง บางครั้งก็ไม่ถูกจังหวะ, บางครั้งจังหวะจบสกอร์ก็ไม่ดี แต่ยังมีบางสิ่งที่ทีมของเราทำให้ดีขึ้นได้”

 

“เราคว้าชัยชนะบางเกมที่สถิติคล้ายๆกันแต่เราเล่นได้มีประสิทธิภาพมาก บางครั้งก็เป็นเรื่องของเรี่ยวแรง, เป็นเรื่องของจิตใจ เป็นเรื่องของความมั่นใจที่ทำให้คุณเล่นอะไรก็ดีไปหมด”

 

“พอมีโมเมนต์แบบนั้นก็ทำให้คุณยิงยังไงก็ไม่ชนเสา และถ้าชนเสาก็ยังเด้งเข้าประตูไป นั่นคือความแตกต่าง”

 

อย่างไรก็ตาม อาร์เตต้า ยกสถิติการครอสบอลเข้ามาประกอบการอธิบายว่าเล่นแบบไหนอาจช่วยแก้ปัญหาที่ปืนฝืดที่พบเจออยู่

 

“ผมว่านั่นเป็นหนแรกในพรีเมียร์ลีกเลยนะที่เราครอสไป 33 หน ผมบอกเลยว่าถ้าเราครอสได้เยอะแบบนั้นอย่างสม่ำเสมอเราจะยิงประตูได้มากขึ้น”

 

“ถ้าเราให้นักเตะที่มีเติมเข้าเขตโทษในบางจังหวะ การยิงประตูก็จะเกิดขึ้น”

 

“เป็นอยู่ที่ว่าเราทำแบบนั้นได้สม่ำเสมอขนาดไหน ด้วยคุณภาพในระดับใด เราจะพยายามต่อไป, ไม่ต้องห่วง”