รวมเกมจากอดีตจนถึงปัจจุบันกับเกม เจมส์ บอนด์ 007

ย้อนเวลากลับไปในตอนปี 1952 (2495) นิยายสายมีชื่อเสียงอย่าง James Bond 007 ได้ออกมาสู่มือแฟนคลับด้วยปลายปากกาของ Ian Fleming ผู้สื่อข่าวแล้วก็นักกวีผู้ดีอังกฤษ ที่เล่าราวของสายชายหนุ่มสุดหล่อคนอังกฤษ ที่ได้รหัสฆ่าเลข 007 สำหรับเพื่อการทำภารกิจกู้โลก โดยทีแรกๆของนิยายที่ถูกเขียนขึ้นมาซึ่งก็คือตอน 007 Casino Royale ที่ประสบผลสำเร็จอย่างมากกระทั่งมีนิคุณยายตอนต่างๆถูกเขียนออกมา รวมทั้งภาพยนตร์ที่ถูกทำขึ้นมาตอนต้นในปี 1962 (2505) ในชื่อตอนว่า Dr. No ตั้งแต่นั้นมาพวกเราก็ได้มองเห็นเรื่องราวของสายคนนี้เรื่อยๆมา แม้กระทั้งในวิดีโอเกมที่คนจำนวนไม่น้อยบางครั้งก็อาจจะยังไม่รู้จักว่าตั้งแต่สมัยก่อนจนกระทั่งปัจจุบันนี้มีเกมจากนิยายรวมทั้งภาพยนตร์ James Bond ที่ถูกทำออกมามากมายก่ายกองหลายเกม พวกเราจะมาดูกันว่าตั้งแต่อดีตกาลมีเกมอะไรบ้างในซีรีส์ James Bond 007 ที่น่าดึงดูดบ้าง ถ้าหากพร้อมและก็จัดแจงให้พร้อมแล้วตามมามองกันเลย

Shaken but Not Stirred

เริ่มเกมแรกในซีรีส์ James Bond 007 ที่ถูกทำขึ้นมาในปี 1982 ในชื่อเกม Shaken but Not Stirred ที่ลงบนเครื่อง ZX Spectrum ที่เป็นเกมแนว Interactive fiction ที่เป็นการอ่านนิยายแล้วเลือกคำตอบ โดยสิ่งที่พวกเราเลือกตอบก็จะมีผลกับเรื่องราวที่จะขึ้นมา ถ้าหากจะให้เห็นภาพงง่ายๆก็คงคล้ายเกม Detroit Become Human ในยุคนี้

โดยในเกมพวกเราจะได้รับบทเป็น James Bond ในภารกิจป้องโลกจาก Dr. Death ที่มีแผนการเรียกค่าไถ่กรุง London ถ้าหากไม่จ่ายเขาจะยิงหัวรบปรมาณูใส่ 007 ของพวกเราก็เลยจะต้องไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อค้นหาหัวรบปรมาณูก่อนที่จะสายเกินความจำเป็น ซึ่งเรื่องราวนี้จะถูกแต่งขึ้นมาใหม่มิได้อ้างอิงมาจากนิยายตอนไหน แล้วก็นี่ก็นับเป็นเกม James Bond 007 เกมแรกที่ถูกทำขึ้นมา

James Bond 007

ปีต่อมาในตอน 1983 ตัวเกม James Bond ก็เริ่มเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาอย่างเป็นทางการ กับเกม James Bond 007 ที่ลงบนเครื่อง Atari 2600, Atari 5200, Atari 8-bit family แล้วก็ Commodore 64 ที่พวกเราจะได้รับบทเป็น James Bond 007 กับรถยนต์คู่ใจสำหรับการทำภารกิจกู้โลก ที่พวกเราจำเป็นต้องบินบนฟ้ามุดน้ำไปจนกระทั่งการวิ่งบนถนนหนทางเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย

ตัวเกมมิได้อ้างอิงเรื่องราวมาจากภาพยนตร์หรือนิยายเรื่องไหน แต่ว่าเป็นการอ้างอิงรถยนต์สุดล้ำสมัยจากภาพยนตร์ภาคต่างๆอย่าง Diamonds are Forever, The Spy Who Loved Me, Moonraker และก็ For Your Eyes Only มายำรวมกันในเกมนี้

James Bond 007 A View to a Kill

ภายหลังเกมขับขี่รถอย่าง James Bond 007 วางขายไปได้ 2 ปีในตอนปี 1985 ก็มีเกมภาคใหม่จากซีรีส์นี้มาให้พวกเราเล่นในชื่อ James Bond 007 A View to a Kill ที่โอกาสนี้ตัวเกมจะถูกปรับปรุงลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์อย่าง MS-DOS, Macintosh และก็ Apple II ที่เป็นเกม Action ที่ตัวเกมจะอ้างอิงเรื่องราวเล็กน้อยจากภาพยนตร์ในตอนที่ 14 ของซีรีส์ในชื่อเดียวกันอย่าง A View to a Kill มาดัดแปลงเป็นเกม

ที่พวกเราจำเป็นที่จะต้องขับขี่รถไปยังสถานที่ต่างๆใน Paris เพื่อหาร่องรอย ก่อนที่จะตัดไปสู่ตัวเกมที่พวกเราจำเป็นต้องเดินหาศัตรูรวมทั้งฆ่ามันให้หมด นับเป็นเกมที่แปลกใหม่น่าดึงดูดมากมายๆในสมัยนั้น

James Bond 007 Goldfinger

กลับมาที่เกมแนวอ่านนิยายเล่าที่เรียกว่า Interactive fiction อีกทีในชื่อภาคว่า James Bond 007 Goldfinger ที่เรื่องราวในเกมภาคนี้จะอ้างอิงมาจากนิยายของ Raymond Benson ที่รับช่วงแต่งนิยาย James Bond 007 มาดัดแปลงรายละเอียดให้ต่างกับภาพยนตร์เพื่อใช้ในวิดีโอเกม ที่จะเล่าราวของผู้ก่อเหตุร้ายแรงในชื่อ Goldfinger ที่มีแผนในการร้ายครอบครองโลก

ที่พวกเราสามารถเลือกทางที่จะเกิดขึ้นหรือความประพฤติปฏิบัติของ Bond จากตัวเลือกต่างๆชนิดเดียวกันกับภาค Shaken but Not Stirred ที่จุดขายของเกมก็คือรายละเอียดที่ไม่เหมือนกับดูภาพยนตร์แล้วก็อ่านนิยาย ตัวเกมวางขายในปี 1986

The Living Daylights

หนึ่งปีถัดมาในปี 1987 ก็มีเกมใหม่ออกมาในชื่อ The Living Daylights เพื่อต้อนรับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ 007 ในชื่อเดียวกัน ที่อ้างอิงเรื่องราวจากนิยายเรื่องสั้น James Bond ในชื่อ The Living Daylights ที่เขียนโดย Ian Fleming มาสร้าง แต่ว่าตัวเกมกลับมิได้เอาการราวของภาพยนตร์หรือนิยายมาใช้ แม้กระนั้นตัวเกมจะเอาฉากยิงกันในรูปภาพยนตร์มาใช้แทน โดยตัวเกมเป็นแถว Action เดินยิงแหลกกับบท James Bond ที่แสดงโดย Timothy Dalton ตัวเกมลงบนหลายเครื่องเกมในสมัยนั้นอย่าง Amstrad CPC, Amstrad PCW, Atari 8-bit, BBC Micro, Commodore 64, MSX แล้วก็ ZX Spectrum ตัวเกมออกจะน่าดึงดูดและก็เล่นบันเทิงใจมากมายๆในสมัยนั้น

Live and Let Die

ในเมื่อมีเกมแนวขับขี่รถไปแล้วโอกาสนี้มาที่เกมขับเรือบ้างในเกม Live and Let Die ที่อ้างอิงฉากในรูปภาพยนตร์ชื่อเดียวกันมาทำเป็นเกม ที่ในรูปภาพยนตร์นั้นจะได้ผู้แสดงมากเรื่องมากความสามารถอย่าง Roger Moore มาเป็น James Bond ตัวเกมจะมีหน้าหน้าจอรายการอาหารที่บอกพวกเราถึงอาวุธที่ได้ รวมทั้งความเร็วสำหรับในการแล่นเรือที่มาพร้อมด้วยฉากต่างๆมากตามในรูปภาพยนตร์ ที่หากในเกมไม่เขียนว่า 007 อาจมีความรู้สึกว่ามันเป็นเกมขับเรือทั่วๆไป แต่ว่าแฟนคลับในสมัยนั้นต่างชอบพอมากมายๆตัวเกมวางขายบนเครื่อง Amiga, Atari ST, Amstrad CPC, Commodore 64, MS-DOS แล้วก็ ZX Spectrum ในปี 1988

007 Licence to Kill

มาถึงปี 1989 เกม James Bond ก็ปรับปรุงไปอีกขั้น ที่โอกาสนี้ตัวเกมได้แปลงมาเป็นเกมแนวยิงมุมมองข้างบนที่มีกราฟิกงดงาม เล่นแล้วได้อารมณ์สาย 007 ที่ตอนนี้จะต้องไปบุกรังศัตรูเพื่อคุ้มครองโลกแบบในรูปภาพยนตร์ในชื่อเกม 007 Licence to Kill ที่ตัวเกมได้จับฉากการไล่ล่าจักรพัตราธิราชสิ่งเสพติด Sanchez ที่ฆ่าแฟนสาวที่เป็นเพื่อนสนิทของ Bond ในรูปภาพยนตร์มาทำเป็นเกม โดยในเกมจะมีทั้งยังการไล่ล่ายิงกันบนบกบนฟ้าแล้วก็ขับเรือไล่ล่าครบสูตรตามในรูปภาพยนตร์ที่แฟน James Bond ต้องหามาสะสม ตัวเกมวางขายบนเครื่อง Amiga, Amstrad CPC, Atari ST, BBC Micro, Commodore 64, DOS, MSX รวมทั้ง ZX Spectrum

The Spy Who Loved Me

ครั้งนี้เปลี่ยนแปลงมาดูเกม James Bond 007 ที่ผลิตจากภาพยนตร์ในปี 1977 ในชื่อภาค The Spy Who Loved Me มาทำเป็นเกมกันบ้าง โดยเกมนี้จะใช้ชื่อเดียวกับภาพยนตร์ที่วางขายในปี 1990 บนเครื่อง Amiga, Atari ST, Amstrad CPC, Commodore 64, DOS computers รวมทั้ง ZX Spectrum ที่เป็นเกมแนวขับขี่รถยิงกัน ซึ่งยอดเยี่ยมในฉากของภาพยนตร์ The Spy Who Loved Me ที่ในเกมนี้พวกเราจะได้ขับขี่รถ Lotus Esprit ไล่ล่าศัตรูซึ่งมีหลายฉากให้เล่น แต่ว่าจากข้อมูลพูดว่าตัวเกมไม่ค่อยสนุกสนานแล้วก็ได้คะแนนไปเพียงแค่ 36% แค่นั้นจากสื่อในสมัยนั้น

James Bond 007 The Duel

ภายหลังจากห่างหายจากแวดวงเกมไปกว่า 3 ปี เกมในซีรีส์ James Bond 007 ก็กลับมาอีกรอบในชื่อเกมภาคใหม่ว่า James Bond 007 The Duel ที่วางขายในปี 1993 ที่เป็นเกม Action มุมมองข้างๆ ที่พวกเราจะได้รับบทเป็น James Bond ที่จำเป็นต้องไปบุกฐานศัตรูเพื่อช่วยตัวประกันที่โดนจับ ในช่วงเวลาที่เรื่องราวในเกมมิได้อ้างอิงมาจากภาพยนตร์ตอนไหน แม้กระนั้นก็ได้ดาราที่รับบทบาท James Bond มาขึ้นปก ตัวเกมวางขายบนเครื่อง Mega Drive และก็ Master System

GoldenEye

รวมทั้งมาถึงเกมแนวยิงมุมมองบุคคลที่ 1 ที่ขึ้นหิ้งระดับตำนาน ซึ่งนักเล่มเกมคนจำนวนไม่น้อยต่างชื่นชมให้เกม GoldenEye บนเครื่อง Nintendo 64 เป็นเกมเดินยิงที่มีระบบระเบียบการเล่นและก็ควบคุมที่สุดยอดมาจนถึงทุกวันนี้ ตัวเกมจะอ้างอิงเรื่องราวในรูปภาพยนตร์ในชื่อเดียวกัน ที่แสดงนำโดย Pierce Brosnan กับการทำลายแนวทางของผู้ร้าย ที่ในขณะนั้นจัดว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่มากมายๆเพราะว่านอกเหนือจากการเดินหน้าไล่ยิงแล้ว ตัวเกมยังมีภารกิจสำหรับการคุ้มครองตัวประกัน และก็การไล่ล่าหลายๆแบบที่เกมแนวยิงทั่วในสมัยนั้นไม่มี

อย่างการขับรถยนต์ไล่ล่ายิงกันซึ่งเป็นมุมมองที่แปลกใหม่มากมายๆในสมัยนั้น ตัวเกมยังเปลี่ยนแปลงอาวุธได้หลายแบบแถมมีหลายฉากให้เล่น แล้วก็ที่พิเศษอีกอย่างเป็นโหมด Deathmatch ที่เป็นการแบ่งเป็น 4 หน้าจอเพื่อเล่นยิงกับเพื่อนพ้องได้อีก ตัวเกมที่แม้ว่าจะเอามาเล่นในขณะนี้ตัวเกมก็ยังคงบันเทิงใจกระทั่งพวกเราอยากที่จะให้คุณหามาเล่น ตัวเกมวางขายในปี 1997

James Bond 007

มากันที่เครื่องเกมนำเอาอย่าง Game Boy กันบ้างในชื่อเกมว่า James Bond 007 ที่วางขายในปี 1998 ตัวเกมเป็นมุมมองข้างบนกับภารกิจสำหรับในการยั้งกลยุทธ์โหดร้ายทารุณราวกับทุกหน แม้กระนั้นครั้งนี้ตัวเกมจะมิได้อ้างอิงเรื่องราวมาจากตอนไหนของภาพยนตร์หรือนิยายมาสร้าง แต่ว่าจะถูกเขียนใหม่อีกทั้งเสมือนหลายเกมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยตอนนี้เรื่องราวจะเกี่ยวความความบ้าคลั่งของนายพลชาวรัสเซีย ที่คิดจะฆ่าล้างเชื้อชาติอื่นด้วยปรมาณู ในส่วนของตนเองจะเป็นแถว Action Adventure เดินหน้ากำจัดศัตรูที่มีฉากในประเทศต่างๆและก็มีตัวละครสาย 008 มาเป็นคู่ซี้ด้วย

Tomorrow Never Dies

ภายหลังที่คณะทำงานสร้างเกม GoldenEye 007 บน Nintendo 64 บรรลุความสำเร็จการบรรลุผลอย่างดีเยี่ยม ทางคณะทำงานก็ไม่รอคอยช้ารีบทำเกมในซีรีส์ James Bond ออกมาอีกรอบ แม้กระนั้นตอนนี้ทางคณะทำงานได้เปลี่ยนแปลงจากเกมมุมมองบุคคลที่ 1 ซึ่งเปลี่ยนเป็นเกมแนวยิงในตำนานไปแล้วมาเป็นเกมบุคคลที่ 3 ในชื่อภาคว่า Tomorrow Never Dies ที่อ้างอิงเรื่องราวจากในรูปภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน ตัวเกมวางขายในปี 1999 ที่กลุ่มปรับปรุงพูดว่าตัวเกมนี้จะเป็นแถวลอบเร้น(Stealth Game) แต่ว่าพอเพียงเล่นจริงๆพวกเราจำต้องมาไล่ยิงศัตรูไปเสียอย่างงั้น

รวมทั้งนี่ก็เป็นครั้งแรกในซีรีส์เกม James Bond ที่พวกเราจะได้ควบคุมเป็นตัวละครอื่นนอกเหนือจาก James Bond โดยในเกมนี้พวกเราจะเล่นเป็น Wai-Lin สาว Bond ที่ได้ผู้แสดงสาวสวยอย่าง Michelle Yeoh รับบทบาทในรูปภาพยนตร์อีกด้วย ตัวเกมได้รับเสียงตอบรับระดับกลางออกไปทางผิดหวังเมื่อเทียบกับผลงานที่แล้วมา

The World Is Not Enough

ดูราวกับว่าการบรรลุผลของ GoldenEye 007 บน Nintendo 64 จะเป็นจุดขายที่น่าดึงดูดแล้วก็ยากจะหาเกมไหนมาปฏิบัติตามได้ ทางกลุ่มปรับปรุงเกมในสมัยนั้นก็เลยมานะสร้างเกม James Bond ในแนวยิงมุมมองบุคคลที่ 1 ออกมาอีกที ซึ่งมากับภาพยนตร์ตอนใหม่ของ James Bond ในชื่อ The World Is Not Enough ที่ตัวเกมก็ใช้ชื่อเดียวกับภาพยนตร์ ตัวเกมวางขายในปี 2000 ซึ่งลงทั้งยังบน Nintendo 64 แล้วก็ PlayStation 1 กับการรับภารกิจตามในรูปภาพยนตร์ที่มีถึง 11 ภารกิจ ที่มีทั้งยังการยิงแหลกไปจนกระทั่งการลอบเร้นที่เป็นการปรับปรุงต่อยอดมาจาก Tomorrow Never Dies ที่ให้อารมณ์และก็กราฟิกที่งามกว่า GoldenEye 007 ส่วนเสียงตอบรับทาง GameSpot สรุปว่าเกมนี้ไม่ใช่ GoldenEye

สำหรับ PlayStation แต่ว่าหากคุณเบื่อที่จะเล่นเกม Medal of Honor หรือ Metal Gear Solid เกมนี้จะช่วยทุเลาอาการเสพติดการดักยิงของคุณได้ชั่วครั้งชั่วคราว

007 Racing

หนึ่งในจุดแข็งของซีรีส์ James Bond ที่เว้นแต่ตัวดาราที่สวมบทบาท 007 หรือสาว Bond แล้ว รถยนต์ที่ James Bond ใช้ในรูปภาพยนตร์ก็คืออีกสิ่งที่แฟนคลับพึงพอใจ เพราะเหตุว่าเกือบทุกภาคในรูปภาพยนตร์พวกเราจะมองเห็นรถยนต์งามๆที่มีเทคโนโลยีนำสมัยเยอะแยะ ทั้งยังรถยนต์มุดน้ำรถยนต์บินได้รถติดจรวดไปจนกระทั่งรถติดปืนกลที่มีหลายแบบหลายคัน แล้วก็ด้วยคุณลักษณะเด่นที่ว่ามาก็เลยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดเกม 007 Racing ขึ้นมา ซึ่งจะต้องบอกก่อนว่ามันไม่ใช่เกมแข่งรถ แม้กระนั้นเป็นเกมขับขี่รถเพื่อทำภารกิจของ James Bond ที่ครั้งนี้เขาและก็สาว Bond จำต้องช่วยเหลือกันยั้งการจราจลด้วยเชื้อไวรัสรุนแรงที่จะฆ่าคนนับล้าน โดยตลอดทั้งยังเกมนั้นพวกเราจะได้อยู่แต่ว่าในรถยนต์เพื่อทำภารกิจตามสถานที่ต่างๆตามเรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้นมาใหม่ ซึ่งการเล่าเรื่องราวนั้นจะถูกตัดเป็นฉาก Cutscene แบบในรูปภาพยนตร์หรือบอกผ่านการคุยระหว่างขับขี่รถ ตัวเกมวางขายในปี 2000 บน PlayStation 1

The World Is Not Enough

กลับมาที่เครื่องเกมนำพาอย่าง Game Boy Color กันบ้าง กับเกมที่สร้างในชื่อเดียวกับภาพยนตร์อย่าง The World Is Not Enough ที่ตัวเกมนั้นจะใช้กราฟิกมุมมองข้างบนกับเรื่องราวที่อ้างอิงมาจากในรูปภาพยนตร์ทุกฉาก ทั้งยังฉากในกรุง London ไปจนกระทั่งเรือดำน้ำของรัสเซียที่ให้อารมณ์แบบเกมในซีรีส์ Metal Gear Solid บนเครื่อง Game Boy Color ที่ออกมาก่อนหน้าที่ผ่านมา ซึ่งตัวเกม The World Is Not Enough จะเป็นแถวลอบเร้นผสมยิงแหลกที่ทำออกมาเจริญ ตัวเกมก็ให้อารมณ์ความรู้สึกที่บันเทิงใจสมเป็น James Bond ตัวเกมวางขายในปี 2001

 

 

James Bond 007 Agent Under Fire

กระโจนมาที่เครื่องเกมสมัยใหม่อย่าง PlayStation 2, GameCube และก็ Xbox กันบ้างกับภาคใหม่ของเกมในซีรีส์ James Bond ในชื่อเกมว่า James Bond 007 Agent Under Fire ซึ่งเกมภาคนี้จะต่างกับเกมอื่นๆในซีรีส์ James Bond ตรงที่ตัวเกมนั้นจะมิได้อ้างอิงจากภาพยนตร์หรือนิยายตอนไหนมาทำเป็นเกม แต่ว่าจะเกิดเรื่องราวที่ถูกแต่งขึ้นมาใหม่โดยการอ้างอิงเรื่องราวถัดมาจาก 007 Racing รวมทั้งจะเชื่อมต่อกับภาค James Bond 007 Nightfire ที่จะออกตามมาให้เกิดเรื่องราวเดียวกัน โดยในภาคนี้เชื้อไวรัสสุดอันตรายที่ James Bond ยั้งเอาไว้ได้เวลานี้ ได้ถูกปรับปรุงต่อยอดให้เชื้อไวรัสสามารถเฉพาะเจาะจงเหยื่อสำหรับการฆ่าได้ โดยใช้เลือดของคนมาเป็นเป้า ซึ่งในขณะนี้มีเลือดของบุคคลสำคัญ 9 ผู้ที่เป็นเป้าของเชื้อไวรัส James Bond ก็เลยจำเป็นต้องไปยั้งกลยุทธ์นี้ ในส่วนของตัวเกมจะเป็นแถวยิงมุมมองบุคคลที่ 1 ตัวเกมมีทั้งยังฉากเดินยิงแล้วก็ขับขี่รถแบบในเกมภาคก่อน ตัวเกมมีกราฟิกที่สวยสดงดงามสมสมัยแถมเล่นสนุกสนานสมเป็น James Bond มากมายๆ

James Bond 007 Nightfire

อย่างที่กล่าวไปในประเด็นที่แล้วว่าเกม James Bond 007 Nightfire ภาคนี้จะอ้างอิงเรื่องราวนักแสดงระบบการเล่นมาจาก James Bond 007 Agent Under Fire แล้วก็ 007 Racing ที่ตอนนี้ตัวเกมจะเล่าราวของหน่วยงานที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังเรื่องทั้งคู่ภาคก่อนหน้า ที่ชี้เป้าไปที่ Drake นักอุตสาหกรรมที่มีชื่อ ซึ่งเขามีเป้าหมายจะครอบครองโลกด้วยการลักขโมยชิปนำทางอาวุธ ซึ่งชิปนี้สามารถทำให้จรวดผ่านดาวเทียมคุ้มครองป้องกันจรวดนำวิถีที่สร้างโดยอเมริกาได้ James Bond ก็เลยต้องตามแสวงหาที่อยู่แล้วก็ทำลายฐานยิงจรวดนำวิถีนั้นก่อนที่จะสายไป ในส่วนของตัวเกมก็ยังคงความสนุกสนานกราฟิกที่สวยสดงดงาม และก็เรื่องราวที่สมเป็น James Bond กระทั่งเป็นเกมขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในประเทศสหรัฐอเมริกาชั้นที่ 93 ของปี 2002 อย่างยิ่งจริงๆ

James Bond 007 Everything or Nothing

ยังคงอยู่กับเกมในซีรีส์ James Bond 007 บนเครื่อง PlayStation 2 กับภาคใหม่ที่ถูกผลิตขึ้นมาโดยมิได้อ้างอิงมาจากภาพยนตร์หรือนิยายอีกรอบในชื่อ James Bond 007 Everything or Nothing ที่ผลิตโดย EA Redwood Shores ที่ได้ดาราหนังที่เป็นคนจริงๆอย่างสมัยก่อน James Bond อย่าง Pierce Brosnan (ในช่วงเวลานั้นเขาเลิกเป็น James Bond แล้ว) มาเป็นต้นแบบในเกม รวมทั้งดาราหนังผู้อื่นในรูปภาพยนตร์มารับบท Q กับ M ในเกมอีกด้วย ตัวเกมอ้างอิงระบบการเล่นแบบมุมมองบุคคลที่ 3 มาจากเกมภาค Tomorrow Never Dies และก็ใช้กราฟิก Engine เดียวกับภาค Agent Under Fire และก็ที่เกมนี้พิเศษกว่าเกมอื่นตรงที่ระบบเล่น 2 คนผ่านระบบ Oline ที่บนเครื่อง GameCube จะมีระบบระเบียบเชื่อมต่อกับ Game Boy Advance ด้วย Link Cable ก็จะได้รับประสบการณ์เล่นที่แตกต่างจากเครื่องอื่นอีกด้วย ตัวเกมวางขายในปี 2003

From Russia with Love

ภายหลังที่ซีรีส์เกม James Bond วนเวียนอยู่กับ Pierce Brosnan กับเรื่องราวใหม่ที่ถูกผลิตขึ้นมามิได้อ้างอิงมาจากภาพยนตร์หรือนิยายมานาน ครั้งนี้แฟนคลับ007 ก็กำลังจะมีความคาดหวังเมื่อทาง EA Redwood Shores นำเอา James Bond 007 ฉบับภาพยนตร์กับนิยายในตอน From Russia with Love มาสร้างเป็นเกม แถมยังอ้างอิงผู้แสดงมาจากปู่ Sean Connery ที่มาเป็นต้นแบบผู้แสดงแล้วก็ให้เสียงเองภายหลังที่ห่างหายจากบท James Bond มากมายว่า 22 ปี โดยในเกมนี้จะอ้างอิงเรื่องราวมาจากภาพยนตร์ ที่เกี่ยวกับบุตรสาวของนายกฯที่สหราชอาณาจักรถูกลักพาตัวไปโดยหน่วยงาน OCTOPUS กระทั่ง James Bond จำเป็นต้องไปเรียกตัวกลับมา

ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นข้อโต้เถียงสำหรับในการสงครามโลกครั้งที่ 3 ตัวเกมจะเป็นเกม Action มุมมองบุคคลที่ 3 ที่มีกราฟิกงามเอาอกเอาใจแฟนคลับJames Bond รุ่นก่อน ตัวเกมวางขายในปี 2005

007 Quantum of Solace

3 ปีภายหลัง From Russia with Love เกมในซีรีส์ James Bond ก็หายไปจากตลาด ในเวลาที่ทางภาพยนตร์ก็มี James Bond คนใหม่พร้อมภาพยนตร์ที่ออกมาแล้ว 2 ภาค ทางค่ายเกมก็เลยเข็นเกม James Bond ภาคใหม่ออกมาชื่อเดียวกับภาพยนตร์ในชื่อ 007 Quantum of Solace ที่วางขายในปี 2008 ที่ใช้เรื่องราวคนเดียวกับในรูปภาพยนตร์สำหรับเพื่อการเป็นต้นแบบแม้กระนั้นในเกม ที่มีการเพิ่มเติมอีกฉากรวมทั้งเรื่องราวนิดหน่อยที่พวกเรามองไม่เห็นในรูปภาพยนตร์ ตัวเกมใช้หน้าแล้วก็เสียงของ Daniel Craig มาใส่ไว้ในเกม กับระบบการเล่นที่ย้ำการแอบในเกราะกำบังเพื่อยิงศัตรูหรือจะปรับเป็นมุมมองบุคคลที่ 1 ก็ได้ ตัวเกมทำออกมาก้าวหน้ากราฟิกสวยสดงดงามสมการรอของแฟนคลับ

GoldenEye 007

มั่นใจว่าหลายท่านที่เมื่อมองเห็นชื่อเกม GoldenEye 007 คงมึนงงว่าเกมนี้เป็นเกมเดียวกับ GoldenEye 007 ที่ลงบน Nintendo 64 เมื่อปี 1997 รึเปล่า ก็น่าจะจำต้องตอบว่าใช่และไม่ใช่ไปพร้อมเพียงกัน เพราะว่าเกม GoldenEye 007 บนเครื่อง Nintendo Wii ครั้งนี้เป็นการเอาเกม GoldenEye 007 ฉบับเก่าบน Nintendo 64 มาทำใหม่แม้กระนั้นเปลี่ยนแปลงกราฟิกหน้านักแสดงใหม่ให้เป็น Daniel Craig แทน Pierce Brosnan กับแปลงระบบการควบคุมใหม่ให้เหมาะสมกับตัวควบคุมของ Wii รวมทั้งกราฟิกที่สวยกว่ายุคเครื่อง Nintendo 64

เรียกว่าดีเลิศชอบใจแฟนคลับอย่างมากมาย แต่ว่าก็ไม่ถึงกับเยี่ยมยอดอย่างที่ภาคเก่าทำเอาไว้ แม้กระนั้นขั้นต่ำเด็กๆยุคนี้จะได้รับทราบถึงความสนุกสนานร่าเริงของเกม GoldenEye 007 ว่าสนุกสนานแค่ไหน ตัวเกมวางขายในปี 2010

James Bond 007 Blood Stone

ยังคงอยู่กับ Daniel Craig ในบท James Bond แม้กระนั้นครั้งนี้ตัวเกมจะไม่ใช้เรื่องราวในรูปภาพยนตร์ แม้กระนั้นจะเกิดเรื่องใหม่ที่ถูกทำขึ้นมาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในชื่อภาคว่า James Bond 007 Blood Stone กับเรื่องราวการกู้ยืมโลกครั้งใหม่ที่เกี่ยวกับลการก่อร้ายที่ Bond ของพวกเราจำต้องเดินทางไปทั้งโลก(รวมทั้งเมืองไทย) เพื่อหาร่องรอยเกี่ยวกับการก่อเหตุร้ายที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังการปะทุห้องประชุม G-20 ตัวเกมจะเป็นแถว Action มุมมองบุคคลที่ 3 ที่ย้ำการแอบที่ซ่อนแล้วก็ยิง ตัวเกมมีอีกทั้งการขับรถยนต์ขับเรือไล่ล่าตามสูตรได้อารมณ์เสมือนในรูปภาพยนตร์มากมายก่ายกอง

ตัวเกมมีโหมด Online ที่เล่นพร้อมสูงสุดถึง 16 คนภายในฉาก กับหลายโหมดการเล่นที่ดีเลิศมากมายๆในสมัยนั้น ตัวเกมวางขายในปี 2010 บน PlayStation 3 รวมทั้ง Xbox 360

007 Legends

จบท้ายกับเกมภาคปัจจุบันของ James Bond ที่ถูกทำเป็นวิดีโอเกมกับ 007 Legends ที่เป็นการสังสรรค์ครบรอบ 50 ปีภาพยนตร์ชุด James Bond ตัวเกมเลยจัดเต็มด้วยการนำเหล่า James Bond ในสมัยต่างๆมาให้พวกเราเล่นในฉากของภาพยนตร์ ถึง 6 คน 6 ภาคอย่างภาค Goldfinger ที่มี Sean Connery สวมบทบาท ภาค On Her Majesty’s Secret Service กับ George Lazenby, Moonraker กับ Roger Moore, Licence to Kill กับ Timothy Dalton, Die Another Day กับ Pierce Brosnan รวมทั้ง Skyfall กับ James Bond คนปัจจุบันอย่าง Daniel Craig ตัวเกมจะเสนอฉากเด่นๆในแต่ละภาคมาทำเป็นเกมให้พวกเราได้เล่น พร้อมทั้งเสียง(ในรูปภาพยนตร์) และก็บริเวณใบหน้าของดาราหนังที่ทำออกมาเจริญในทางของการสังสรรค์ครบรอบ 50 ปี

แม้กระนั้นในทางของระบบการเล่นนั้นมันเป็นเพียงแค่เกมแนวยิงมุมมองบุคคลที่ 1 ทั่วๆไปที่ไม่มีอะไรน่าดึงดูด ตัวเกมวางขายในปี 2012 เป็นภาคปัจจุบัน ที่จนกระทั่งช่วงนี้ก็ยังไม่มีการประกาศเกมในซีรีส์ James Bond ภาคใหม่ออกมา

ก็สิ้นสุดกันไปแล้วกับ 23 เกมในซีรีส์ James Bond ตั้งแต่อดีตกาลที่พวกเรากล่าวถึงมานำเสนอ เพื่อเป็นการต้อนรับ James Bond ภาคใหม่ที่กำลังจะฉายในอีกไม่ช้าในชื่อภาคว่า No Time to Die ที่เป็นการแสดงเป็น James Bond คราวสุดท้ายของ Daniel Craig พวกเราก็ได้แม้กระนั้นหวังว่าจะมีเกม James Bond สนุกสนานๆมาให้ได้เล่นกัน และก็หากผู้ใดกันแน่เป็นแฟนภาพยนตร์เรื่องไหน เคยเล่นเกมภาคใดของ James Bond มาบ้างก็บอกกันมาได้เพื่อแลกกัน ส่วนครั้งหลังจะเป็นเกมอะไรก็ติดตามกันได้ตรงนี้ที่เดียว